หนึ่งในความกังวลอันดับต้น ๆ ของคนซื้อบ้านมือสองคือ “ถ้าซื้อไปแล้วเจอปัญหาทีหลัง ใครต้องรับผิดชอบ?” ไม่ว่าจะเป็น
- บ้านรั่ว ซึม ผนังร้าว
- ระบบไฟ ประปามีปัญหา
- ต่อเติมผิดกฎหมาย
- หรือปัญหาที่ไม่เคยถูกแจ้งก่อนโอน
หลายคนเพิ่งมารู้หลังโอนเสร็จ และคำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ “โอนไปแล้ว ถือว่ารับสภาพ”
แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกกรณีที่ผู้ซื้อจะต้องรับภาระทั้งหมด บทความนี้จะช่วยอธิบายว่า ปัญหาแบบไหนใครต้องรับผิดชอบ และผู้ซื้อควรป้องกันตัวเองอย่างไร

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจหลักสำคัญของบ้านมือสอง
การซื้อบ้านมือสอง ต่างจากการซื้อบ้านใหม่จากโครงการ เพราะกฎหมายถือว่า ผู้ซื้อได้เห็นทรัพย์ตามสภาพ และตกลงซื้อขายกันแล้ว แต่คำว่า “ตามสภาพ” ไม่ได้หมายความว่า ผู้ขายจะปกปิดข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด
ปัญหาที่พบบ่อยหลังซื้อบ้านมือสอง
- โครงสร้างมีรอยร้าวมากกว่าที่เห็น
- หลังคารั่ว น้ำซึมในหน้าฝน
- ระบบไฟฟ้าไม่ปลอดภัย
- ระบบประปารั่ว ซ่อนอยู่ในผนัง
- ต่อเติมผิดกฎหมาย หรือไม่ได้แจ้ง
- ปัญหาขอบเขตที่ดิน หรือทางเข้า–ออก
คำถามคือ ใครควรรับผิดชอบในแต่ละกรณี
กรณีที่ “ผู้ซื้อ” มักต้องรับผิดชอบเอง
1. ปัญหาที่ตรวจพบได้ด้วยตาเปล่า
เช่น
- สีลอก
- พื้นทรุดเล็กน้อย
- สุขภัณฑ์เก่า
หากผู้ซื้อเห็นแล้วแต่ยังตัดสินใจซื้อ ถือว่าเป็นการยอมรับสภาพ ผู้ขายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบภายหลัง
2. ไม่มีเงื่อนไขรับประกันในสัญญา
ถ้าสัญญาซื้อขาย ไม่ได้ระบุเรื่องการรับประกันหรือการซ่อมแซม หลังโอนแล้ว ความรับผิดชอบส่วนใหญ่จะตกกับผู้ซื้อ
กรณีที่ “ผู้ขาย” อาจต้องรับผิดชอบ
1. ปัญหาที่ผู้ขายรู้ แต่ปกปิดไว้
เช่น
- รู้ว่าบ้านรั่วเป็นประจำ แต่ซ่อมปิดบัง
- รู้ว่ามีปัญหาโครงสร้าง แต่ไม่แจ้ง
- มีข้อพิพาทเรื่องที่ดิน แต่ไม่บอก
กรณีนี้ ผู้ซื้อสามารถอ้างได้ว่า ถูกหลอกลวงหรือปกปิดข้อเท็จจริง ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกร้องความรับผิดชอบได้
2. ข้อมูลในสัญญาไม่ตรงกับความจริง
หากในสัญญาระบุว่า
- บ้านไม่มีปัญหาโครงสร้าง
- ต่อเติมถูกต้องตามกฎหมาย
แต่ภายหลังพบว่าไม่เป็นความจริง ผู้ขายอาจต้องรับผิดชอบตามที่ระบุไว้ในสัญญา
บทบาทของ “นายหน้า” ในกรณีเกิดปัญหา
หากมีนายหน้าเกี่ยวข้อง นายหน้า ไม่ใช่คู่สัญญาโดยตรง แต่มีหน้าที่
- แจ้งข้อมูลตามความเป็นจริง
- ไม่บิดเบือนหรือปกปิดข้อมูลที่รู้
หากพิสูจน์ได้ว่านายหน้ารู้ปัญหาแต่ไม่แจ้ง อาจมีความรับผิดชอบทางแพ่งหรือจริยธรรม
วิธีป้องกันตัวเองก่อนซื้อบ้านมือสอง
1. ตรวจบ้านโดยผู้เชี่ยวชาญ
อย่าพึ่งดูเองอย่างเดียว การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
2. ถามและบันทึกทุกเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษร
คำพูดปากเปล่าไม่มีผล สิ่งที่ปกป้องคุณได้คือ ข้อความในสัญญา
3. ระบุเงื่อนไขรับผิดชอบในสัญญา
เช่น
- หากพบปัญหาโครงสร้างภายใน X เดือน
- ผู้ขายต้องรับผิดชอบหรือร่วมซ่อมแซม
4. อย่ารีบโอนเพราะกลัวพลาด
ดีลที่เร่งเกินไป มักทิ้งปัญหาไว้ให้ผู้ซื้อเสมอ
HomeHug ช่วยคุณป้องกันปัญหาแบบนี้ได้อย่างไร
ปัญหาหลังโอน ส่วนใหญ่เกิดจาก การตัดสินใจบนข้อมูลที่ไม่ครบ ไม่ว่าคุณจะเป็น
- คนหาบ้าน ที่กลัวซื้อแล้วเจอปัญหาทีหลัง
- เจ้าของบ้าน ที่ไม่รู้ว่าต้องแจ้งอะไรบ้าง
- หรือนายหน้า ที่อยากทำงานอย่างโปร่งใส
HomeHug พร้อมช่วยเป็นคนกลาง ช่วยตรวจ ช่วยตั้งคำถาม และช่วยดูเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ
เราไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มประกาศ แต่เป็นผู้ช่วยคิดให้ทุกฝ่าย “จบดีลอย่างสบายใจ”
📌 ติดต่อ HomeHug ได้ที่
👉 LINE @homehug
👉 Facebook: HomeHug
👉 เว็บไซต์ homehug.in.th