HomeBuyersHomeHug
logo-image-test

วิธีขอสินเชื่อบ้านมือสองให้ผ่านง่าย อนุมัติไว

วิธีขอสินเชื่อบ้านมือสองให้ผ่านง่าย อนุมัติไววิธีขอสินเชื่อบ้านมือสองให้ผ่านง่าย อนุมัติไว
Home Buyers Team

Home Buyers Team

25 สิงหาคม 2569

วิธีขอสินเชื่อบ้านมือสองให้ผ่านง่าย อนุมัติไว

กู้บ้านมือสองอย่างไร ไม่ให้ถูกปฏิเสธ?

การขอสินเชื่อเพื่อซื้อ "บ้านมือสอง" มีรายละเอียดและเงื่อนไขที่แตกต่างจากการซื้อบ้านใหม่จากโครงการเล็กน้อยครับ เนื่องจากธนาคารจะมองว่าบ้านมือสองมีความเสื่อมสภาพ จึงมักจะอนุมัติวงเงินให้ประมาณ 80-90% ของราคาประเมิน (ไม่ใช่ราคาซื้อขาย) แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ หากคุณมีการเตรียมตัวที่ดี การกู้บ้านมือสองก็สามารถ "ผ่านฉลุยและอนุมัติไว" ได้เช่นกัน บทความนี้ HomeHug ขอสรุปเทคนิคการเตรียมตัวขอสินเชื่อบ้านมือสองมาฝากกันครับ

1. เช็กความพร้อมทางการเงินและ "เครดิตบูโร"

สิ่งแรกที่ธนาคารจะตรวจสอบคือ "ประวัติการชำระหนี้" ของคุณครับ

  • ตรวจเครดิตบูโรด้วยตัวเอง: ก่อนยื่นกู้ แนะนำให้ตรวจสอบเครดิตบูโร (NCB) ของตนเองก่อน หากพบว่ามีประวัติล่าช้าหรือค้างชำระ ควรเคลียร์หนี้เก่าให้จบและรักษาประวัติการผ่อนให้ตรงเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน
  • คำนวณภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR): ธนาคารมักกำหนดให้ภาระหนี้ทั้งหมด (รวมค่าผ่อนบ้านใหม่ รถ บัตรเครดิต) ต้องไม่เกิน 40-50% ของรายได้ต่อเดือน หากมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ แนะนำให้ปิดยอดเพื่อเพิ่มความสามารถในการกู้ครับ

2. เตรียม "เงินดาวน์" และเงินสำรองให้พร้อม

อย่างที่กล่าวไปว่า สินเชื่อบ้านมือสองมักได้วงเงินสูงสุดประมาณ 80-90% ของราคาประเมิน ดังนั้น:

  • เตรียมเงินดาวน์ 10-20%: หากราคาประเมินบ้านอยู่ที่ 3 ล้านบาท คุณอาจกู้ได้ 2.4 - 2.7 ล้านบาท ดังนั้นต้องมีเงินสดเตรียมไว้จ่ายส่วนต่างให้กับผู้ขาย
  • เงินสำรองค่าใช้จ่ายวันโอน: นอกเหนือจากเงินดาวน์ ต้องเตรียมค่าธรรมเนียมการโอน (มักจะหารคนละครึ่งกับผู้ขาย), ค่าจดจำนอง, ค่าประเมินราคา, และค่าประกันอัคคีภัย

3. เดินบัญชีธนาคาร (Statement) ให้สวยงาม

สำหรับพนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือนชัดเจนอาจไม่น่ากังวล แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจส่วนตัว หรือฟรีแลนซ์ ธนาคารจะพิจารณาจาก Statement เป็นหลัก

  • นำเงินฝากเข้าบัญชีสม่ำเสมอ: ควรมีรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • หลีกเลี่ยงการถอนเงินจนหมดบัญชี: ควรเหลือยอดเงินติดบัญชีไว้บ้าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงวินัยการออมและความมั่นคงทางการเงิน

4. เตรียมเอกสารให้เป๊ะและครบถ้วน

การเตรียมเอกสารครบตั้งแต่ครั้งแรก จะช่วยร่นระยะเวลาการพิจารณาของธนาคารได้มากครับ เอกสารที่ต้องใช้หลักๆ แบ่งเป็น 3 ส่วน:

  • เอกสารส่วนตัว: บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส/หย่า (ถ้ามี), เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล
  • เอกสารแสดงรายได้: สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (กรณีทำธุรกิจส่วนตัว ให้เตรียมทะเบียนการค้าและเอกสารเสียภาษี)
  • เอกสารหลักประกัน (บ้านมือสอง): สำเนาโฉนดที่ดินหน้า-หลัง, สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน

5. ทำความเข้าใจกระบวนการ "ประเมินราคาบ้าน"

เมื่อยื่นเอกสารเบื้องต้นผ่าน ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่บริษัทประเมินเข้าไปประเมินมูลค่าบ้านหลังนั้น ราคาที่ธนาคารให้กู้จะอิงจาก "ราคาประเมิน" เป็นหลัก (เคล็ดลับ: หากสภาพบ้านโทรมมาก ราคาประเมินอาจจะต่ำลง ดังนั้นหากผู้ขายทำความสะอาดและซ่อมแซมเบื้องต้นให้ดูดี จะมีผลต่อราคาประเมินที่สูงขึ้นครับ)

6. ยื่นกู้หลายธนาคารเพื่อเปรียบเทียบเงื่อนไข

อย่าพึ่งยื่นกู้แค่ธนาคารเดียวครับ แนะนำให้ยื่นเอกสารขอกู้พร้อมกันประมาณ 2-3 ธนาคาร เพื่อนำโปรโมชัน อัตราดอกเบี้ย (MRR/MLR) ยอดผ่อนชำระต่อเดือน และเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์ (Refinance) มาเปรียบเทียบกัน และเลือกธนาคารที่ให้เงื่อนไขคุ้มค่าและดอกเบี้ยถูกที่สุดสำหรับคุณ

สรุป กู้บ้านมือสองไม่ยาก หากเตรียมตัวดี

การขอสินเชื่อบ้านมือสองจะผ่านฉลุยได้ หากคุณมีเครดิตทางการเงินที่ดี เตรียมเอกสารครบถ้วน และมีเงินออมสำรองสำหรับส่วนต่างและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ครับ

หากคุณพร้อมเรื่องสินเชื่อแล้ว และกำลังมองหาบ้านมือสองทำเลทอง ในราคาที่จับต้องได้ เข้ามาเลือกชมและปรึกษาเราได้เลยที่ HomeHug ตัวจริงเรื่องอสังหาริมทรัพย์ครับ!